หมอปลา – พระมหาไพรวัลย์ ลดความเฮี้ยน แยกร่างแม่-ลูก หลังโดนผัวเป่าดับทั้งกลม

โดย: Ten / 29 เมษายน 2564 - 10:55

จากกรณี ตำรวจจับกุมนายชัยราชวัฒน์ เพ็งสว่าง หรือ ป๋อม อายุ 37 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านใน จ.เพชรบุรี ใช้อาวุธปืนยิง น.ส.รุ่งทิพย์ แสงจันทร์ อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นภรรยาที่ขณะนั้นกำลังตั้งครรภ์ได้ 9 เดือน จนเสียชีวิต ก่อนจัดฉากว่าภรรยายิงตัวตายเอง

 

ล่าสุด วันที่ 28 เม.ย. 64 ญาติตัดสินใจทำการฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิต โดยจะมีหมอปลา พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ วัดสร้อยทอง มาร่วมพิธี ที่วัดสารหิตาวาส ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

เวลา 14.00 น. หมอปลา และพระมหาไพรวัลย์ เดินทางมาที่วัดสารหิตาวาส เพื่อร่วมพิธี พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ วัดสร้อยทอง กล่าวว่า ในวันนี้อาตมาเดินทางมานิมนต์ตามคำบอกของหมอปลาว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นสาวท้อง 9 เดือนถูกสามีซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุยิงจนเสียชีวิต ลักษณะตายทั้งกลม ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจึงเกิดความไม่สบายใจ และเชื่อว่าจะเกิดอาถรรพ์หรือความเฮี้ยน หรือจะมีคนพิเรนทร์ไปทำพิธีกรรมบางอย่าง

 

เพื่อที่จะให้ผู้เสียชีวิตไม่ได้ไปสู่สุคติ อาตมาจึงอยากเดินทางมาเพื่อให้ความรู้กับคนในครอบครัว แง่ทางของพระพุทธศาสนาว่าไม่ควรไปเชื่อเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งจะทำพิธีกรวดน้ำให้พร เพื่อให้ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตและลูกที่อยู่ในท้องที่เสียชีวิตได้ไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดี

อย่างไรก็ตาม วันนี้จุดประสงค์หลักคือจะเดินทางมาเพื่อให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตว่าล่าสุดดวงวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตกำลังได้รับความเป็นธรรม ด้านคดีความก็กำลังดำเนินการขึ้นชั้นศาลแล้ว จึงสมแก่เวลาทำการฌาปนกิจอุทิศความดี ให้กับทางผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย

 

ส่วนด้านผู้ก่อเหตุที่อาตมาได้ยินจากครอบครัวผู้เสียชีวิตว่าไปบวชเสมือนสำนึกผิด ในส่วนนี้อาตมามองว่าเป็นความผิดเนื่องจากผู้ที่มีคดีติดตัว ไม่สามารถบวชเป็นพระภิกษุได้ ทางพระบรรพชาก็ไม่สามารถอนุญาตให้บวชได้ เนื่องจากก่อเหตุฆ่าคนตายมา ถึงบวชอย่างไรก็ไม่ได้อานิสงค์ หรือบวชไม่ขึ้น เนื่องจากผู้เสียชีวิตน่าจะไม่มีจิตที่ต้องการอยากจะรับบุญของคนที่ก่อเหตุฆาตกรรมเขา และจะไม่มีวันสงบสุข

 

แต่ในกรณีเรื่องการบวชนี้อาตมาก็ไม่ทราบว่าผู้ที่ทำการบวชให้ อาจจะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับคดีติดตัวของผู้ก่อเหตุหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบในส่วนนี้ เพราะคิดว่าไม่ถูกต้อง

 

จากนั้น ช่วงเวลาหลังจากพระภิกษุทำพิธีทอดผ้าบังสกุล ถวายเครื่องทำทยาทาน กรวดน้ำเสร็จสิ้น ช่วงเวลา 16.00 น. ก็เป็นเวลาฌาปนกิจศพ พระมหาไพรวัลย์ หมอปลา น้ำฟ้า ภรรยาของหมอปลานำร่างของน้องไข่ดาว ลูกชายในท้องของผู้เสียชีวิตขึ้นรถกระบะ เดินทางไปทำพิธีฝังศพที่บริเวณป่าช้า ต.กลัดหลวง ห่างจากวัดที่ฌาปนกิจประมาณ 1 กิโลเมตร

 

หมอปลาได้ทำการใช้จอบขุดหลุมเป็นสี่เหลี่ยม ลึกประมาณ 1 เมตร กว้าง 1 เมตร พระมหาไพรวัลย์จะทำการซื้อที่ซื้อทางให้กับน้องไข่ดาว ขอเงินคนที่มาร่วมพิธีคนละ 1 บาท เป็นค่าซื้อที่ให้กับเจ้าที่เจ้าทาง หมอปลาและพระมหาไพรวัลย์ จุดธูป 15 ดอก ไหว้เจ้าที่เจ้าทางและแจกธูปให้คนที่มาร่วมพิธีคนละ 1 ดอก พร้อมบทสวดส่งดวงวิญญาณให้ไปสู่สุคติ ทำการกรวดน้ำไปที่ร่างของน้องไข่ดาว เป็นอันเสร็จพิธี

 

นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา เปิดเผยว่า ในวันนี้ที่ตนเดินทางมามีจุดประสงค์มาร่วมงานศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย อีกทั้งมาทำการอัญเชิญดวงวิญญาณของน้องไข่ดาวมาทำพิธีประกอบศาสนา ทำการฝังที่บริเวณป่าช้าให้ถูกต้อง ซึ่งที่ไม่สามารถเผาน้องไข่ดาวพร้อมกับ น.ส.กุ๊กไก่ ผู้เป็นแม่ได้นั้น เพราะเด็กที่เพิ่งเกิดเป็นเด็กที่บริสุทธิ์ ไม่มีฟัน ตามความเชื่อโบราณหากนำเด็กที่ตายทั้งกลมเผาพร้อมกับแม่ผู้เสียชีวิต จะเกิดความเฮี้ยน และคนในครอบครัวจะได้รับความเดือดร้อน อยู่ไม่เป็นสุข

 

ส่วนกรณีที่มีคนสงสัยว่าหากนำศพเด็กผู้เสียชีวิตมาทำการฝังไว้ในบริเวณนี้ อาจมีผู้ที่คิดไม่ดีแอบมาขโมยนำศพของน้องไข่ดาว ไปประกอบพิธีกรรมทางด้านไสยศาสตร์ ตนมองว่าคน จ.เพชรบุรี ไม่ได้มีนิสัยหรือลักษณะพฤติกรรมในลักษณะเกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์ จึงเป็นไปได้ยากที่จะมีบุคคลมาทำพฤติกรรมลักษณะนั้น

 

ตนยืนยันได้ว่าหากนำชิ้นส่วนของน้องไข่ดาวไปจริง ก็ไม่สามารถไปประกอบพิธีกรรมให้เกิดความขลังได้ เนื่องจากวันนี้ตนและพระมหาไพรวัลย์ได้ทำพิธีส่งดวงวิญญาณของน้องไข่ดาวให้ไปสู่พระภูมิที่ดี สู่สุคติแล้ว

 

นอกจากนั้น ในขณะที่กำลังทำพิธีฝังร่างของน้องไข่ดาวลงหลุมฝังศพ นางเฉิดโฉม คำตัน หรือ แพรว พี่สาวของแม่เด็กผู้เสียชีวิต ที่เดินทางมาร่วมพิธีได้พูดกล่าวขึ้นมาว่า "ขอให้น้องไข่ดาวไปสู่สุคติ ไปเกิดในภพภูมิที่ดี ไปเจอพ่อกับแม่ดี ๆ"

ตนยืนยันว่าจะไม่ขออโหสิกรรมให้กับผู้ก่อเหตุเด็ดขาด เนื่องจากตนมองว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองแท้ ๆ ยังก่อเหตุฆาตกรรมได้ลงคอ เวรกรรมมีจริง ใครทำอะไรไว้ก็ขอให้ได้รับผลกรรมแบบเดียวกันแบบนั้น

แสดงความคิดเห็น