ไลน์แมนใจเด็ด ขี่รถล่า เก๋งตีนผีติดยศทหาร ซิ่งไม่เบรก ชนหญิงวัย 51 ปีดับ

โดย: Ten / 14 เมษายน 2564 - 15:02

กรณีตำรวจ สภ.เมือง ลพบุรี ได้รับแจ้งรถเก๋งชนคนเดินเท้า ที่ปากทางวัดซาก ต.ถนนใหญ่ อ.เมือง จ.ลพบุรี เป็นผู้หญิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย

 

สภาพมีบาดแผลตามลำตัว ศีรษะแตกเลือดไหลนองพื้น ทราบชื่อในเวลาต่อมา น.ส.มนจิราห์ บุญมาก อายุ 51 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาล แต่เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนทราบว่า ช่วงที่เกิดเหตุผู้ตายได้เดินข้ามถนน เป็นจังหวะเดียวกับรถเก๋ง ขับมาด้วยความเร็วสูง จึงพุ่งชนเสียงดังสนั่น คนเจ็บกระเด็นไปบนหลังคารถ ตกลงมาบนพื้นถนน แต่มีพลเมืองดีและไลน์แมนส่งของขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามรถเก๋งที่ขับหลบหนี กระทั่งสามารถคุมตัวได้ที่แยกไฟแดงสะพาน 33 ต.ทะเลชุบศร

ล่าสุดที่จุดเกิดเหตุ ถนนศรีอินทราทิพย์ ต.ถนนใหญ่ อ.เมือง จ.ลพบุรี เป็นถนนเลี่ยงเมืองสายเรียบคลอง ซึ่งวิ่งมาจากสิงห์บุรี เข้าเมืองลพบุรี ในขณะที่เดินทางลงพื้นพบว่าบริเวณจุดเกิดเหตุ กองเลือดของผู้ตายถูกชะล้างไปหมดแล้ว เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกหนัก และที่สำคัญบริเวณถนน ไม่มีร่องรอยของการเบรกของล้อรถ คาดว่าช่วงเวลาเกิดเหตุอาจไม่มีการแตะเบรกเลย

 

บรรยากาศที่วัดซาก ต.ถนนใหญ่ อ.เมือง จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ น.ส.มนจิราห์ บุญมาก อายุ 51 ปี บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีญาติพี่น้อง คนในครอบครัวและเพื่อนสนิท เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจและฟังสวดอภิธรรม ซึ่งมีกำหนดฌาปนกิจศพในวันที่ 14 เม.ย.64

น.ส.ฐิติมา วงค์ระกา อายุ 30 ปี ลูกสาวน.ส.มนจิราห์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ในวันที่แม่ถูกรถชน ตนทราบว่าแม่กำลังจะออกไปทำธุระที่ จ.ปทุมธานี เป็นเรื่องของอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน หรือ อสม. เนื่องจากแม่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวอยู่

แต่ในระหว่างที่นั่งรถมอเตอร์ไซค์คนในหมู่บ้านไปยังจุดเกิดเหตุ ได้ลงรถเพื่อจะข้ามถนนไปรอรถสาธารณะ เพื่อไปที่บขส. แต่ในระหว่างนั้นเป็นช่วงเวลากลางคืน ทำให้แม่อาจมองไม่เห็นรถที่มาด้วยความเร็ว จึงถูกชนดังกล่าว ตนยอมรับว่าไม่กล้าไปดูศพของแม่ เพราะรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นการสูญเสียที่กะทันหัน

 

แต่ในวันดังกล่าวตนเริ่มมีลางสังหรณ์ เพราะน้องสาวคนเล็กโทรศัพท์มาบอกว่า รู้หรือยังว่าแม่กำลังจะออกบ้านไปต่างจังหวัด ให้โทรหาแม่เพื่อถามข้อมูลหน่อย แต่ตนได้โทรหาแม่ ซึ่งแม่บอกว่าคุยกับพ่อแล้วไม่ต้องเป็นห่วง หลังจากที่มีการพูดคุยกับแม่เสร็จ ก็ทราบข่าวว่าแม่ถูกรถชนเสียชีวิต

ทั้งนี้แม้ว่าตัวของผู้ต้องหา จะมียศตำแหน่งเป็นทหาร ตนก็ไม่ได้มีความกังวล เพราะเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมจะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว อีกทั้งตอนนี้อยู่ในการควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งยังไม่มีการประกันตัว ดังนั้นก็เชื่อว่าคดีก็จะต้องเดินต่อไป

และเมื่อคืนที่ผ่านมา ด้านแฟนสาวคนก่อเหตุ ก็ได้เดินทางมาร่วมงานศพ พร้อมทั้งขอขมาและกราบศพแม่ โดยตนและคนในครอบครัวก็ไม่ได้ถือโทษโกรธอะไร เพราะถือว่าเขาก็ได้แสดงความรับผิดชอบแล้วเบื้องต้น ส่วนเรื่องของการชดใช้ค่าเสียหาย ก็ต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้ง เพราะตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะพูดคุยอะไรในประเด็นดังกล่าว

ส่วนตัวของคนก่อเหตุ ตนยังไม่ได้เจอหรือคุยอะไรด้วย แต่หากมีจิตสำนึกมากพอ ก็อยากจะให้เดินทางมาขออโหสิกรรมต่อแม่ และรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเชื่อว่าเวรกรรมมีจริง แล้วขอให้ได้รับโทษตามกฎหมาย ตนในฐานะพี่สาวคนโตก็จะดูแลน้อง ๆ 3 คน รวมถึงพ่อ ซึ่งจะเป็นเสาหลักแทนแม่

 

ด้าน นายน๊อต (นามสมมติ) อายุ 30 ปี คนเห็นเหตุการณ์ ในฐานะคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปส่งคนตาย ก่อนที่จะถูกรถของทหารชนจนร่างกระเด็น เปิดเผยว่า ช่วงเย็นวันดังกล่าว ตนได้ถูกไหว้วานจากผู้ตาย ให้ไปส่งที่ท่ารถตู้ แต่จังหวะนั้นก็มีรถกระบะผ่านมา 2 คัน คนตายก็ไม่ได้ข้ามถนนทันที ยังคงมองซ้ายและขวา หลังจากนั้นจึงได้ตัดสินใจเดินข้ามถนน แต่กลับพบว่ามีรถเก๋งขับมาพุ่งชนในระยะประชิด ทำให้ร่างของคนตายกระเด็นข้ามไปอีกฝั่งของถนน เป็นภาพที่ยังติดตาตนจนถึงตอนนี้

แต่สำหรับรถคันก่อเหตุ ตนไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน กระทั่งมาทราบภายหลังว่าเป็นทหาร ในวันนั้นหลังจากที่ชนแล้วก็ขับรถหนีทันที ไม่มีรอยเบรกหรือเสียงเบรก ตนจึงได้ให้รุ่นน้องที่รู้จักกันขี่รถตาม เมื่อรุ่นน้องขี่รถตามไปทัน ก็เจอกับไลน์แมนซึ่งทุกคนได้ช่วยกันเคาะกระจกรถ และขอให้คนก่อเหตุหยุดรถเพื่อมอบตัว

เรื่องเด่นวันนี้
เรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น