ตุ๊ก ญาณี เผยชีวิตหลังหย่า คนไม่รักเราจะไปกอดขาเหรอ

โดย: Johnny / 23 กุมภาพันธ์ 2564 - 16:53

นักแสดง และพิธีกร ตัวแม่ ตุ๊ก ญาณี ที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมานานกว่า 30 ปี เปิดเผยเส้นทางดาวค้างฟ้า กับฉายาซุปเปอร์สตาร์เรื่องเยอะ ที่ต้องบอกเลยว่าเรื่องเม้าธ์เยอะมาก พร้อมอัพเดตสถานะหัวใจ หลังครองโสดเลี้ยงลูกชายมานานนับปี

 

โดนอดีตสามีบอกเลิก? ตุ๊ก ญาณี : “คนอื่นฉันบอกเลิกหมด แต่คนนี้มาบอกเลิกฉัน เราพูดถึงความซื่อสัตย์ ส่งลูกไปเรียนเมืองนอกกลับมานั่งคุย ดื่มกันหน้าบ้าน แล้วนางก็พูดเลย แล้วทำไงก็มึงไม่รักกูแล้ว ตอนนั้นยังช็อกอยู่แต่เป็นผู้ดีนั่งนิ่ง ได้เลย พรุ่งนี้มาขนของ แล้วให้เมดทุกคนขนของมากองข้างล่าง ช่วยออกไปจากชีวิต ตอนนั้นช็อกอยู่ แต่พอหายช็อกร้องไห้สักนิดนึง วันเดียวแล้วจบ คนไม่รักเราจะไปกอดขาเหรอ จำไว้นะอย่าทำ มันไม่รักเรา ปล่อยมันไป”

อายุของเราเท่านี้ยังไม่ปิดกั้นความรัก? ตุ๊ก ญาณี : “ไม่ ถ้าใครเดินเข้ามาก็เอา ถามว่าชอบแบบไหน ไม่รู้สิ ต้องเป็นแบบที่เข้าใจเรา มนุษย์เวลาอยู่ด้วยกัน ตอนที่รักกันมันเหมือนพยายามจะปรับตัว แรกๆ ที่รักก็ทำได้ แต่พอเราเริ่มเป็นตัวของตัวเองแล้วมันไม่ไหว เพราะฉะนั้นเขาต้องรักในสิ่งที่เราเป็น”

พี่ตุ๊กยอมรับถ้าคนที่ถูกสเป๊ก แต่ไม่จดทะเบียนอีก? ตุ๊ก ญาณี : “ไม่เคยจดทะเบียน เป็นนางสาวญาณี มาตลอด ก็ไม่รู้จดทำไม มันเหมือนเรามีสัตว์ 1 ตัว ต้องใส่ปลอกคอเขา เพื่อให้รู้ว่านี่คือสัตว์ของเรา มันไม่จำเป็น คนเขาไม่รักเราเขาก็ต้องหาวิธีแบบนี้ แบบในคลิปที่เห็นกัน พอพูดกับเราตรงๆ เราไม่ยอม แล้วไงโชว์ทะเบียนเหรอ แล้วไงอยู่ไปมีความสุขไหม ถามหน่อย ทะเบียนมันไม่ได้ทำให้ผู้ชายรับผิดชอบหรอก มันบอกจะส่งเงินให้ แล้วมันไม่ส่ง คุณต้องขึ้นโรงพักอีกกี่รอบ แสดงว่าคุณเลือกผัวผิด”

 

ณ ตอนนี้เรียกพี่เป็นกูรูของชีวิตได้หรือยัง? ตุ๊ก ญาณี : “ไม่ได้ คนเราก็มีข้อผิดพลาด”

ไม่ได้เจอกันนานขนาดไหนแล้ว? ตุ๊ก ญาณี : “นานมาก” อาต้อย เศรษฐา : “บอกแล้วอย่ามีผัว”

ตุ๊ก ญาณี : “เมื่อก่อนคนคิดว่าหนูเป็นเมียพี่”

ผู้หญิงคนนี้ในสายตาอาต้อยเธอเป็นคนยังไง? ต้อย เศรษฐา : “บ้าๆ บอๆ แต่เขาเก่งมาก ตอนที่จะเริ่มทำงานด้วยกัน ผมยังไม่เชื่อเลยใครจะมาทำงานกับผมได้ พอเข้ามาทำงานด้วยกันเดือนแรกก็งงๆ เหมือนกันนะ”

ตอนเริ่มทำมาตามนัดบ่อยๆ พี่ตุ๊กโดนบูลลี่ด้วย บอกว่ารูปร่าง หน้าตา ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ ตอนนั้นอาต้อยให้กำลังใจพี่ตุ๊กยังไง? อาต้อย เศรษฐา : “ผมไม่เคยว่าอะไรใครเลย เพราะว่าตัวเองก็ไม่ได้หล่ออะไรหนักหนา อย่างตุ๊กผมก็เห็นว่าเขาน่ารักดี แล้วตอนนั้นเขาอวบอ้วนดี ผมว่าก็น่ารัก ไม่ได้น่าเกลียดอะไรเลย”

พี่ตุ๊กได้ร่วมงานกับอาต้อยเป็นยังไงบ้าง? ตุ๊ก ญาณี : “เชื่อไหมเขาเป็นผู้ชายในฝัน”

ตอนนั้นสนิทกันขนาดไหน ปรึกษาทุกเรื่องไหม? ตุ๊ก ญาณี : “ทุกเรื่อง เรื่องผู้ชายก็ปรึกษาเขา เขาตัวแนะดี๊ดี”

พี่ตุ๊กไม่ชอบออกรายการสด เพราะอะไร? “มันทำให้เราเครียดมั้ง คือด้วยความที่เราเป็นคนตรงเวลา เวลาเราไปถ่ายละคร เราจะเป๊ะ เขานัดเรากี่โมง เราจะรู้ เราจะแต่งหน้าไป แต่รายการสด ถ้ารถเราเฉี่ยวล่ะ สิ่งที่ไม่เคยเกิด มันเกิดได้ แล้วรายการเขาเครียดมั้ย ต้องถ่ายการ์ตูน หรือนั่งคุยกันสองคน”

 

แล้วทำไมวันนี้พี่ตัดสินใจมารายการคุยแซ่บshow? ตุ๊ก ญาณี : “แทบไม่ได้นอนเลย ต้องรีบตื่น แล้วเอาช่างมาแต่งหน้าทำผม ดูเวลา แล้วก็ถามคนรถว่ากี่นาทีถึง”

พี่ตุ๊กเป็นคนเจ้าระเบียบมากในทุกเรื่อง? ตุ๊ก ญาณี : “ใช่ ช้อนกับส้อม ในครัว นับหมด มี 4 ชั้น แต่ละชั้นจะมีเซตส้อม ช้อน จาน ไม่ต้องยุ่งกัน ชั้น3 มีห้องครัว หายได้ไง หายปั๊บ ปรับแม่บ้านชิ้นละพัน มันดูเหมือนแพง แต่เราหิ้วมาจากเมืองนอก เราฝากเพื่อนซื้อ คุณจะเจอแบบเดิมไหม ผัวพาเพื่อนมากินข้าว นั่งอยู่ข้างบน เริ่มไม่สบายใจแล้ว ขนมปังอยู่ที่พื้น คือจะต้องทีผ้าทุกชั้น กูมุดเลย กูเช็ด นี่คือเหตุที่ผัวเลิกมั้ง เป็นอย่างนี้ เป็นโรคทนไม่ได้ถ้าเห็น”

เพราะความที่พี่เป๊ะแบบนี้บทส่วนใหญ่ที่ได้มาเป็นแม่พระเอกใจร้ายหรือเปล่า? ตุ๊ก ญาณี : “ใจดีก็มี นี่โชคดีนะว่าที่แฟนลูกเขาไม่ดูละคร”

คิดว่าเราเข้าถึงยากไหม? ตุ๊ก ญาณี : “อาจจะยากนะ หมอดู ดู 100 คน บอกว่านี่โลกส่วนตัวสูง เราก็บอกไม่จริงฉันไม่ได้มีโลกส่วนตัวสูง ฉันชอบเจอเพื่อน ฉันชอบเฮฮา แต่พอมาคิดจริงๆ เออ ใช่ เราคงมีโลกส่วนตัวสูง ใครจะมาหาเราที่บ้านต้องโทรบอกก่อนมั้ย”

พี่มีความสามารถแอ๊กติ้งทั้งในละครและชีวิตจริง สามารถผ่านมาได้ทุกอย่าง เพราะอะไร? ตุ๊ก ญาณี : “ไม่ใช่แอ๊กติ้งนะลูก ชีวิตจริง ความรู้สึกเราจริงๆ แต่เราจะปรับเปลี่ยนวิธีคิดของเรา เมื่อก่อนใจร้อนกว่านี้”

เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเหนื่อยไหม? ตุ๊ก ญาณี : “ไม่เหนื่อยอะ มันจะยุ่งตรงไหนรู้ไหม ตรงคุยกับเด็กชาย ด้วยเราเป็นผู้หญิง”

 

เจอปฏิหาริย์ตั้งแต่ได้รางวัลตุ๊กตาทอง เกิดอะไรขึ้น? ตุ๊ก ญาณี : “เป็นรางวัลที่พี่ได้รางวัลแรก เป็นรางวัลที่ได้รับพระราชทานจากในหลวง เป็นเป็นความภาคภูมิใจอย่างนึงคือ รางวัลสมัยก่อนไม่มีการซื้อ การขาย ญาณี เป็นเด็กใหม่ ไปเล่นเรื่องเดือนเสี้ยว ตอนนั้นยังอ้วน ก่อนทำมาตามนัดอีก แล้วพอบทที่ได้ก็ภูมิใจ เล่นเป็นกะหรี่ พอเราไปรับมีผู้ใหญ่ในวงการไปทำพิธีเบิกเนตร เรามีหลวงพ่อที่เราเคารพ เราก็ไปไหว้ ทำพิธีเบิกเนตร เราก็มาตั้งในห้อง สมัยก่อนอยู่คอนโดไม่ใหญ่มากกับพ่อกับแม่ เดินวันๆ ก็บ่น ซื้อรถ ไม่มีเงิน อยากเปลี่ยนรถ รถนี่ฮิต อยากซื้อใหม่ แล้วจะมีงานไหม เดินพูดไป เดี๋ยวงานมันมา เดี๋ยวเปลี่ยนรถ เราไม่รู้นะ อันนี้ไม่ใช่มูเตลูนะ เพื่อนมีกุญแจคอนโด แล้วไปนอน แล้วมาพูดทีหลังว่า บางทีก็มีเสียง อย่าแกล้งเขา เดี๋ยวแม่โกรธ แล้วคอนโดนี้เราอยู่คนแรก เสร็จแล้วมีอยู่วันนึงจะย้ายคอนโด ก็ให้เพื่อนมาช่วยย้าย เราก็ถ่ายละคร เราขับรถกลับมา มันยืนหน้าซีดอยู่หน้ารถ ซึ่งคว้าพระสุวัสวดีซึ่งเรายังไม่ได้บอกเชิญ แล้วเขาไปวางหน้ารถ แล้วเขาปิดประตูรถทั้งคู่ สักครู่ได้ยินเสียงเหมือนคนเปิดประตู ซึ่งไม่มีใครอยู่ข้างล่างคอนโดแล้วท่านก็กลิ้งลงมาที่พื้นเลย”

พี่คิดว่าท่านโกรธไหม? ตุ๊ก ญาณี : “คิดว่าท่านโกรธ แต่ไม่รู้ตอนนี้ท่านยังอยู่กับเราไหม แต่ก็ยังเดินบ่นอยู่ดีนะ เนี่ยเบื่อๆ”

แล้วที่ทีมงานเล่าให้ฟัง พี่รู้สึกมีผู้หญิงอยู่ในห้อง? ตุ๊ก ญาณี : “ไปดูหมอ หมอตาบอดแล้วเขาไม่รู้ว่าเราคือใคร หมอพูดมา เห็นผู้หญิงยืนกลางห้อง แต่ฉันอยู่ห้องใหม่นะ คงไม่มีวิญญาณใครมาสิงก่อนหน้านี้ เขาบอกว่าเขาเป็นเทพนะ แล้วเขามาดูแลคุณ แล้วเขาดูทุกอย่างในห้องตรงเป๊ะ”

อุ่นใจไหมได้ยินแบบนี้? ตุ๊ก ญาณี : “ก็อุ่นใจ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านไปหรือเปล่า เพราะท่านงานเยอะ”

เห็นว่าช่วงนั้นถ้าพี่ตุ๊กขอรถป้ายแดงก็ได้? ตุ๊ก ญาณี : “เดินบ่น เป็นคนชอบเดินบ่น บ่นปั๊บเดี๋ยวงานมา”

พี่มองตัวเองยังไงในวงการบันเทิง? ตุ๊ก ญาณี : “เชื่อไหม ไม่เคยแพลนชีวิต ไม่คิด คิดวันนี้ คิดตรงนี้ พอแล้วจบ”

แสดงความคิดเห็น