พยาน ยัน เห็นลุงพล บริเวณตีนเขา จุดพบแหวน

โดย: Ten / 10 กุมภาพันธ์ 2564 - 11:39

กรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับไทม์ไลน์ของลุงพล ในวันที่ 11 พ.ค.63 ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. หลังจากกลับมาจากส่งพระครูบารัตน์ว่า ลุงพลได้เดินทางไปไหนต่อ และช่วยตามหาน้องชมพู่หรือไม่ แล้วขึ้นไปบนเขาภูเหล็กไฟช่วงเวลาใดนั้น

 

ไขปริศนาเวลา 14.00 น. วันที่ 11 พ.ค.63 นางนลิน เงินนาม พยานลุงพล บอกว่า หลังจากส่งพระแยกย้ายกันกลับบ้าน ไม่รู้ว่าลุงพลค้นหาน้องชมพู่จุดไหน ขณะที่นางอยู่ ใจเที่ยง ชาวบ้านกกกอก บอกว่า เวลาประมาณ 14.00 น. เห็นลุงพลไปบ้านชมพู่ เพื่อติดตามหาหลานสาว ส่วนนางส้มโอ ชาวบ้านกกกอก บอกว่า เวลาประมาณ 15.00-16.00 น. พบลุงพลอยู่ที่ตีนเขาภูเหล็กไฟเพียงลำพัง    

ล่าสุดวันที่ 9 ก.พ.64 นางอยู่ ใจเที่ยง อายุ 62 ปี พยานที่เห็นพ่อน้องชมพู่อยู่ไถนากลางทุ่งนา เปิดเผยว่า ในวันดังกล่าวตนทราบว่าน้องชมพู่หายช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. และได้เดินทางไปที่บ้านน้องชมพู่เวลาประมาณ 13.00 น. เพื่อไปช่วยออกตามหา

 

จากนั้นได้มานั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านน้องชมพู่ เวลาประมาณ 14.00-14.30 น. เห็นลุงพล ป้าแต๋น นางถอน เดินเข้ามาภายในซอยพร้อมกัน และถามถึงการหายไปของน้องชมพู่ พร้อมทั้งแนะนำให้พึ่งเรื่องร่างทรง อยากให้ไปดูหมอเพื่อช่วยเป็นอีกแนวทางหนึ่ง แต่ในระหว่างนั้นลุงพลยังพูดขึ้นมาว่า "ใครเอาชมพู่ไป ถ้ากูเจอ มึงจะโดนฆ่า เดี๋ยวเหอะ"

 

สังเกตว่าลุงพลอยู่ในอาการหัวร้อน และกำลังฉุนเฉียว ตนจึงได้แยกย้ายจากหน้าบ้านน้องชมพู่ ออกตามหาบริเวณโอ่งหลังบ้าน และเดินลัดเลาะไปบริเวณสวนยางกลับมาที่บ้านของตัวเอง จากนั้นก็ไม่รู้ว่าลุงพลไปที่ไหนต่อ และไปขึ้นเขาในเวลาใด

 

แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้ยอมรับว่าชาวบ้านเริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งต่างจากช่วงแรกที่ใช้ชีวิตยากลำบาก รวมถึงมีความรู้สึกสงสารเด็กที่ขึ้นไปตายอยู่ด้านบนเขา แต่ในมุมหนึ่งตนยังคงยืนยันและเห็นต่างจากพรานชะเวลอง ซึ่งเชื่อว่าเด็กเดินขึ้นไปตายเองไม่ได้ ต้องมีคนพาขึ้นไป เนื่องจากเด็กไม่สามารถขึ้นไปบริเวณจุดนั้นได้เอง

 

กรณีช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตำรวจสภ.กกตูม จ.มุกดาหาร พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ลงพื้นที่สอบปากคำชาวบ้านกกกอกเพิ่มเติม เพื่อเตรียมสรุปสำนวนในคดีน้องชมพู่ ตามกรอบระยะเวลาที่ระบุไว้ โดยมีรายงานว่าตำรวจเข้าสอบปากคำ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับน้องชมพู่ และเกี่ยวข้องกับรถแบ็กโฮ อาทิ นายชาญและนางสมควร หลาบโพธิ์ ตากับยายของน้องชมพู่, นายเสริมและนางจุไรภรณ์ สุขพันธ์ น้าสาวกับน้าเขยของน้องชมพู่ , นางแตงโม (นามสมมุติ) ชาวบ้านกกกอก, นางองุ่น (นามสมมุติ) ชาวบ้านกกกอก, แม่น้องอชิ เจ้าของรถแบ็กโฮของเล่น และนางส้มโอ (นามสมมุติ) ชาวบ้านกกตูม, พระอาจารย์บุญมา เจ้าอาวาสวัดภูผาแอก และเจ๊นิดหน่อย (นามสมมติ) ชาวบ้านกกตูม

 

มีข้อมูลเพิ่มเติม ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกกตูม ได้เดินทางไปเจอกับ นางนิดหน่อย (นามสมมติ) หรือ เจ๊นิด ชาวหมู่บ้านกกตูม เพื่อนของนางส้มโอ (นามสมมติ) แก๊งชาวบ้านที่ขึ้นไปตามหาน้องชมพู่วันที่ 11 พ.ค.63 เวลาประมาณ 15.00-16.00 น. ช่วงบริเวณตีนเขาภูเหล็กไฟ บริเวณร่องน้ำห้วยบุง จุดที่เจอลุงของน้องชมพู่ กำลังค้นหาอยู่บริเวณดังกล่าว

ตำรวจได้นำเอกสารคำให้การไปให้นางนิดหน่อย เซ็นยืนยัน โดยระบุถึง 3 ประเด็น คือ 1.เวลาและสถานที่ที่เจอลุงน้องชมพู่ 2.จากบ้านชมพู่ไปจุดพบแหวนห่างกันเท่าไร และ 3.น้องชมพู่ขึ้นเขาเองได้หรือไม่ โดยนางนิดหน่อย ได้ลงมือชื่อในเอกสารคำให้การ ซึ่งจำไม่ได้ว่าเป็นรอบที่เท่าไรแล้ว แต่ทุกครั้งที่ให้การก็ยังเหมือนเดิมทุกครั้ง ไม่มีเปลี่ยนแปลง

 

นางนิดหน่อย เปิดเผยว่า ตนตอบข้อซักถามของตำรวจกกตูม ยืนยันว่า จากบ้านน้องชมพู่ฉีกออกทางขวาของเขาภูเหล็กไฟ ไปยังจุดพบแหวน ห่างกันประมาณ700 เมตร ซึ่งอยู่ห่างจากจุดห้วยบุ่งที่เจอลุงน้องชมพู่ไม่ถึง 5-10 เมตร ในวันดังกล่าว เห็นลุงน้องชมพู่โผล่ออกมาจากร่องห้วยบุ่ง

ตอนนี้เห็นอยู่ในระนาบเดียวกันกับที่นางส้มโอยืนอยู่ ตนได้ตะโกนทักทายนางส้มโอ วา “เจอชมพู่ไหม” ซึ่งสังเกตว่า ลุงน้องชมพู่ตกใจ แล้วหันมามองหน้าด้วยอาการตื่นตกใจ แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกัน เพราะไม่สนิทกับลุงน้องชมพู่ ส่วนสีหน้าท่าทาง และอาการวิตกวันนั้น ใบหน้าของช่วง 1-2 วันที่ขึ้นเขากับทีมข่าวกับทนายความ มีอาการเครียด คิ้วชนกัน

 

นางนิดหน่อย ยังเห็นตรงกันกับ นางส้มโอ ว่า วันที่ขึ้นไปค้นหาน้องชมพู่ เห็นชาวบ้านกกตูม กกกอก และแม่น้องชมพู่ขึ้นไปพร้อมกัน แต่ไม่เห็นลุงน้องชมพู่ขึ้นเขา และตอนขากลับลงมา มีการค้นหาแบบเรียงหน้ากระดาน เห็นลุงน้องชมพู่โผล่ออกมาจากร่องห้วย จึงไม่รู้ว่าลุงลงไปทำอะไรในห้วย เพราะเป็นก้อนหิน ประกอบกับมีต้นไม้ซับซ้อน อีกทั้งไม่รู้ว่าตอนนั้นลุงกำลังขึ้นเขาหรือลงเขากันแน่ แต่เพราะด้วยตอนนั้นลุงพลมาเจอกับชาวบ้านที่กำลังลงมา จึงมีการแสดงตัวด้วยความตกใจ กระโดดโผล่เข้ามาในกลุ่มหรือไม่

อย่างไรก็ตาม นางนิดหน่อย ยังบอกอีกว่า กรณีที่ตำรวจถามประเด็นเรื่องชมพู่ขึ้นเขานั้น ตนมองว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะเด็กไม่สามารถเดินไปถึงจุดพบศพได้ เนื่องจากสูงชัน ส่วนเรื่องแบ็กโฮตนไม่รู้ว่าขึ้นเขาได้อย่างไร จึงไม่ขอตอบประเด็นนี้

แสดงความคิดเห็น