ธุรกิจท่องเที่ยว ปิดตัว ระนาว เซ่นโควิด วอนรัฐแจกเงินเหมือนคนละครึ่ง

โดย: Renjun / 26 มกราคม 2564 - 16:59

ล่าสุด วันนี้ นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า วันที่ 27 ม.ค.2564 จะเดินทางเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข เพื่อหารือเรื่องพาสปอร์ตวัคซีน (Vaccine Passport)

 

เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วสามารถเดินทางเข้าไทยโดยไม่ต้องกักตัว เพราะขณะนี้มีหลายประเทศกำลังดำเนินการเดินหน้าเปิดรับนักท่องเที่ยว หวังฟื้นเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19 อาทิ ไอซ์แลนด์ และสิงคโปร์ เป็นต้น

รัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะฉีดวัคซีนให้คนไทย โดยกลุ่มบุคคลากรทางการแพทย์และในพื้นที่สีแดงต้องมาก่อน แต่อยากให้กำหนดพื้นที่ท่องเที่ยวเป็นรายต่อไป อาทิ ภูเก็ต สมุย กระบี่ เป็นต้น เพื่อเตรียมพร้อมรองรับ นักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนที่จะเดินทางเข้าไทย เป็นกลุ่มถัดไป

ด้านนายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ช่วงปลายปีส่งผลให้ภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยปี 2563 ที่ผ่านมาสทท.ประเมินว่า จะมีแรงงานในภาคการท่องเที่ยวตกงานอย่างแน่นอน 2 ล้านคน จากการปิดกิจการของธุรกิจท่องเที่ยวหลายประเภท เพราะส่วนใหญ่ไม่มีทุนเพียงพอที่จะรักษาการจ้างงานได้ต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ

 

ขณะที่ น.ส.ผกากรอง เทพรักษ์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ระบุว่า การสำรวจผลกระทบของโควิด-19 ไตรมาสที่ 4 ปี 2563 กิจการท่องเที่ยวได้ปิดกิจการ ทั้งชั่วคราว ถาวร และเปลี่ยนไปทำธุรกิจอย่างอื่นแทนแล้วสูงถึง 15% ที่เหลืออีก 85% ยังเปิดอยู่ ซึ่งจำนวนกิจการที่ปิดไปแล้วนั้น ส่วนใหญ่เป็นบริษัทนำเที่ยว 23% สถานบันเทิง 22% และสปา/นวดแผนไทย 21% กิจการที่ยังเปิดปกติอยู่สูงถึง 85% บางส่วนที่ไม่ได้ประกอบกิจการและไม่มีรายได้

“เมื่อพิจารณาถึงจำนวนแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ พบว่า กรณีแรกที่ต้องตกงานเพราะสถานประกอบการปิดกิจการลง มีประมาณ 13% ของสถานประกอบการทั่วประเทศ คิดเป็นจำนวนแรงงานในเบื้องต้นกว่า 5.2 แสนคน กรณีที่ 2 คือสถานประกอบการที่เปิดกิจการอยู่ 85% กว่าครึ่งลดจำนวนแรงงานลง ประมาณ 5.2 แสนคน ดังนั้นเมื่อรวมกันจะทำให้ในไตรมาสที่ 4 มีแรงงานตกงานแล้ว 1.04 ล้านคน และไตรมาสแรก ปี 2564 มีแนวโน้มว่าสถานประกอบการท่องเที่ยวมีความเสี่ยงต้องปิดกิจการเพิ่มขึ้น อาจมีการตกงานเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านคน”

 

ส่วน นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธาน สทท. และนายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ปัจจุบันโรงแรมส่วนใหญ่ยังคงปิดกิจการชั่วคราว โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวทางภาคใต้ ทั้งภูเก็ต กระบี่ และพังงา แต่ก็เชื่อว่า สถานการณ์คงจะค่อยๆ กลับมาเป็นปกติไตรมาสสุดท้ายปีนี้ จึงเตรียมเสนอรัฐบาลให้ช่วยสนับสนุนค่าจ้างแรงงานในระบบประกันสังคมในสัดส่วนครึ่งหนึ่ง หรือไม่เกิน 7,500 บาท/คน เป็นระยะเวลา 1 ปี ครอบคลุมแรงงาน 8 แสนคน เพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการ

“อย่างไรก็ตาม สทท. ยังจัดทำข้อเสนออื่นๆ เพื่อเสนอรัฐบาลพิจารณา เช่น การจัดทำธนาคารแรงงานท่องเที่ยว เพื่อรวบรวมจำนวนแรงงานที่ตกงานในสาขาท่องเที่ยวทุกประเภทมารวมกันให้ผู้ประกอบการจะได้เข้ามาเลือก ส่วนแรงงานที่เหลือก็สามารถนำไปพัฒนาทักษะ เพื่อให้ได้อาชีพใหม่ทดแทนอาชีพเดิม อีกทั้ง สทท.ยังขอให้รัฐเข้ามาช่วยเหลือจ้างแรงงานที่มีทักษะไปช่วยพัฒนาท่องเที่ยวในท้องถิ่น เช่น นำเชฟจากโรงแรม 5 ดาวไปสร้างเมนูอาหารให้ชุมชน หรือพัฒนาไกด์เป็นอินฟลูเอนเซอร์ เล่าเรื่องท่องเที่ยว และเสนอปรับเราเที่ยวด้วยกันเหมือนคนละครึ่ง คือรัฐเติมเงินเข้าแอปเป๋าตังให้ไปเที่ยวคนละ 7,000-10,000 บาท ไปใช้ลดค่าสินค้าและบริการใช้วันหยุดได้ลด 40% วันธรรมดาลด 50%”

แสดงความคิดเห็น