10 เกร็ดความรู้ย่อยง่าย ช่วยให้เข้าใจโลกใบนี้มากขึ้น

โดย: Artiwara / 7 มิถุนายน 2562 - 13:38

โลกเรามักสรรหาเรื่องราวแปลกประหลาดมาให้มนุษย์ประหลาดใจอยู่เรื่อย เหมือนคอยเตือนให้ตระหนักรู้ว่า โลกนี้มันยิ่งใหญ่กว่าที่เราคิดไว้

 

เอาง่ายๆแค่ในร่างกายเรา ที่มีบางคนเคลมว่ารู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับร่างกายตัวเอง แต่ความจริงแล้ว ณ ตอนนี้ วงการแพทย์ยังไม่สามารถศึกษาระบบสมองของมนุษย์ได้อย่างถ่องแท้ 100% เลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นวันนี้เราจะพาทุกคนไปเพิ่มพูนเกร็ดความรู้ที่น้อยคนนักจะรู้มาให้ชมกัน แล้วคุณจะประหลาดใจให้กับโลกใบนี้มากขึ้นเป็่นเท่าตัว

 

1. แมวมีลายจมูกไม่เหมือนกัน 

ให้พูดง่ายๆก็เหมือนลายนิ้วมือของเราเองนั่นแหละ ที่ต่างคนต่างมีลายนิ้วมือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง น้องเหมีวเราก็เช่นกัน เราสามารถจำแนกแมวแต่ละตัวออกจากกันได้ด้วยลายจมูกของมัน ไม่มีทางที่แมว 2 ตัวจะมีลายจมูกเหมือนกันอย่างแน่นอน

 

2. สัตว์ขนาดเล็กทุกตัว จะมองโลกเคลื่อนไหวแบบสโลว์ โมชั่น

อันนี้มางานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อปี 2013 รายงานไว้ว่า ยิ่งสัตว์ตัวเล็กมากเท่าไหร่ ดวงตาของมันก็ยิ่งประมวลผลด้านประสาทสัมผัสไวขึ้นเท่านั้น เพราะใน 1 วินาที พวกมันสามารถมองเห็นทุกอย่างแบบปรุโปร่งกว่าสัตว์ที่ขนาดตัวใหญ่กว่ามัน ฉะนั้นมันเลยรู้สึกว่า เวลารอบตัวมันดูช้าลงเหมือนอยู่ในเดอะ เมทริกซ์ยังไงยังงั้น

 

3. สุนัขทุกตัวจะมองมาที่เจ้านายของมันทุกครั้งเวลาถ่ายหนัก เพื่อให้รู้สึกปลอดภัยขึ้น

เคยสงสัยกันไหมว่า เวลาพาน้องไปเดินเล่นแล้วเกิดปวดท้องหนัก ตอนที่กำลังปลดทุกข์ทำไมน้องชอบมองที่เราจังเลย? เพราะช่วงนั้นมันจะรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ ต้องหาอะไรมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเวลาอึ เลยมาลงที่เจ้านายซะเอง เพราะน้องเชื่อว่าเจ้านายจะสามารถปกป้องมันได้ และคอยเตือนให้รู้เมื่อมีอันตรายเข้ามา

 

4. ภูฏาน เป็นประเทศที่ปราศจากคาร์บอนไดออกไซด์ที่เดียวในโลก

ใครอยากได้อากาศบริสุทธิ์อย่างแท้จริงต้องมาที่นี่เลย เพราะที่นี่ยึดถือธรรมชาติเป็นหลัก และด้วยความที่ต้นไม้เยอะมาก มันจึงผลิตออกซิเจนออกมาเยอะ ดูดซึมคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น รวมถึงที่นี่ยังใช้พลังานไฟฟ้าจากแม่น้ำลำธารอีกด้วย

 

5. เวลานอนหลับ โลมาจะลืมตาข้างหนึ่งเสมอ

ขณะหลับใหล สมองซีกหนึ่งของโลมาจะตื่นอยู่เสมอโดยที่อีกซีกหนึ่งจะปิดการทำงาน ทำให้โลมาต้องหลับแบบลืมตาข้างหนึ่งตลอดเวลา เพื่อสร้างความตื่นตัวเวลามีนักล่าเข้ามาอยู่เสมอ จะได้หนีทัน

 

6. ที่กล้วยมันโค้งงอ เพราะมันไม่ตรง

ล้อเล่นๆ เอาจริงๆที่มันงอชี้ฟ้าอย่างนั้น เป็นเพราะปรากฏการณ์เจริญเติบโตสวนทางกับแรงโน้มถ่วง (negative geotropism) เป็นการตอบสนองของพืชชนิดหนึ่ง ที่พบได้ในกล้วยเท่านั้น ภาษาชาวบ้านคือ กล้วยจะเติบโตต้านแรงโน้มถ่วงเสมอ เพื่อโน้มตัวไปหาแสงอาทิตย์ให้ได้มากที่สุด เพราะงี้กล้วยมันเลยโค้งงอตามที่เห็นนั่นแหละ

 

7. แมวรับรู้ และเข้าใจคำสั่งของมนุษย์ แต่เลือกที่จะไม่ทำตาม

อย่าเพิ่งงงกันว่าทำไมเรียกแมวมาแล้วมันไม่สนใจ ไม่เข้าใจภาษามนุษย์หรือเรียกไม่ดังหรือเปล่า ความจริงแล้วแมวทุกตัวจดจำเสียงเจ้าของได้ แต่เลือกที่จะไม่สนใจ งานวิจัยชิ้นหนึ่งตั้งสมมติฐานว่า อาจเป็นเพราะแมวมีชุดความคิดว่า มันไม่ได้เกิดมาเพื่อเชื่อฟังคำสั่งมนุษย์ มันสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งมนุษย์

 

8. ที่สุนัขจาม เพื่อบอกให้รู้ว่ากำลังเล่นกันนะ

ส่วนใหญ่สุนัขมักจะจามให้สุนัขตัวอื่น หรือเจ้าของรู้ว่ามันกำลังเล่นสนุกกันอยู่ ฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะมีการวางมวยกันเกิดขึ้น

 

9. มูลช้าง เอามาทำเป็นกระดาษวาดเขียนได้

เคยมีการทำกระดาษสมุดจากมูลช้างอยู่จริงๆ และมันเป็นไปได้ เพราะมูลของช้างอุดมไปด้วยไฟเบอร์จากพืช สามารถนำมาทำเป็นกระดาษคุณภาพดีได้ อีกทั้งยังช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่า และช่วยส่งเสริม อนุรักษ์ช้างป่าไปในตัวด้วย

 

10. ประตูนรก ที่ไฟไม่มีวันดับในเติร์กเมนิสถาน

มันคือ หลุมแก๊สดาร์วาซา ตั้งอยู่กลางทะเลทรายการากุม ในเขตจังหวัดอาฮาล ประเทศเติร์กเมนิสถาน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ประตูนรก เพราะหลุมแห่งนี้มีการเผาไหม้เกิดขึ้นมายาวนาน และไม่มีทีท่าว่าจะดับได้ง่ายๆ จุดเริ่มต้นของมันเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1971 นักวิทยาศาสตร์โซเวียตพากันยกก๊วนมาขุดหลุมหาแก๊สธรรมชาติกลางทะเลทรายการากุม ผลลัพธ์คือแทนขุดเจาะเกิดระเบิด แก๊สพิษแพร่กระจายสู่ชั้นอากาศ ทีมนักวิทยาศาสตร์จึงจุดไฟเผาหลุมที่ขุดไว้ เพื่อเพื่อหลีกเลี่ยงการกระจายตัวของแก๊ซดังกล่าว คาดว่าใช้เวลาไม่กี่วันก็หมด แต่กลายเป็นว่า 48 ปีผ่านไป ไฟก็ยังไม่มอดเสียที ใครสนใจก็ลองไปดูกันได้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: Brightside

Loading...
เรื่องเด่นวันนี้
เรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น