หมอปลา พูดถึงคดีน้องชมพู่ มีคนเล่นมนตร์ดำ

โดย: Ten / 9 มกราคม 2564 - 14:52

ล่าสุด หลังจากที่มีการเชิญ บุคคลผู้เกี่ยวข้อง และผู้ต้องสงสัยทั้งหมด ในกรณีการเสียชีวิตของ น้องชมพู่ วัย 3 ปี ที่บ้าน กกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เข้าเครื่องจับเท็จ

 

ด้าน ตาชาญ หรือ นายชาญ หลาบโพธิ์ ตาของน้องชมพู่ กล่าวว่า ตอนนี้รู้สึกดีใจที่เจ้าหน้าที่มีการเชิญตัวลูกหลานหลายคนไปเข้าเครื่องจับเท็จ แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่ทิ้งคดี และทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตอนนี้เริ่มมีความหวังที่จะได้ตัวคนร้าย และหลานก็จะได้รับความเป็นธรรม

ทั้งนี้ตนได้ไปจุดธูปไหว้ขอพร "พ่อปู่ปาริจิตนาคราช" และ "แม่นางตะเคียนโสรภี" ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างที่ข้างบ้านลุงพล ให้คุ้มครองลุงพลกับป้าแต๋น และก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 4 ม.ค.64 ตนก็ได้กราบขอพรให้พ่อแม่น้องชมพู่ น้องสะดิ้ง น้าเสริม น้าต่าย น้าแต น้าฝน ก่อนจะเดินทางไปเข้าเครื่องจับเท็จเช่นกัน ซึ่งการขอพรดังกล่าว เป็นการขอพรให้คุ้มครองลูกหลานทุกคน ไม่ได้เจาะจงบุคคลใดเป็นพิเศษ เพราะตนยังเชื่อว่าลูกหลานทุกคนบริสุทธิ์

โดยตาชาญ มองว่า การเข้าเครื่องจับเท็จดังกล่าว เป็นเพียงการสอบปากคำด้วยการใช้เครื่องมือเข้ามาช่วย และบุคคลที่ถูกเชิญตัวไป ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาคือคนผิด ดังนั้นจึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และจากการพูดคุยกับลูกๆ ที่ไปเข้าเครื่องจับเท็จมา ทุกคนก็สบายใจ ไม่มีใครแสดงความกังวลแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี ตาชาญ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายถึงคนร้ายตัวจริง ว่า หากดูข่าวอยู่ก็ขอให้มอบตัว เรื่องทุกอย่างจะได้จบ เพราะทุกคนอยู่ด้วยความอึดอัดมาหลายเดือนแล้ว และขอให้ลุงพลกลับบ้านอย่างปลอดภัย

 

ล่าสุด ที่บ้านของน้องชมพู่ พบว่า นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา และนายอนามัย วงศ์ศรีชา พ่อกับแม่น้องชมพู่ กลับมาที่บ้านแล้ว หลังจากเดินทางไปเข้าเครื่องจับเท็จที่กรุงเทพฯ

แต่จากการพูดคุย พ่อกับแม่น้องชมพู่ไม่ขอให้สัมภาษณ์ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อประโยชน์ทางคดี และความสงบสุขของครอบครัว ให้ตำรวจได้ทำงานอย่างสะดวก และไม่เป็นการรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่

โดยแม่น้องชมพู่ บอกว่า การที่ตำรวจไม่ทิ้งคดี ก็รู้สึกดีใจ มีความหวังมากขึ้นว่าน้องชมพู่จะได้รับความเป็นธรรม ซึ่งเมื่อวันที่ 4 มกราคม 64 ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกัน 7 คน ประกอบด้วย พ่อ แม่ น้องสะดิ้ง น้าเสริม น้าต่าย น้าแต และน้าฝน

โดยพ่อกับแม่ เข้าเครื่องจับเท็จ วันที่ 5 มกราคม 64 น้าเสริมกับน้าต่าย เข้าเครื่องวันที่ 6 มกราคม 64 น้าแตกับน้าฝน เข้าเครื่องวันที่ 7 มกราคม 64 แต่ละคนใช้เวลาสอบปากคำประมาณ 3 ชั่วโมง ส่วนน้องสะดิ้งไม่ได้เข้าเครื่องจับเท็จ แต่พูดคุยกับสหวิชาชีพแทน

ทั้งนี้ คุณแม่บอกว่า หลังจากเข้าเครื่องจับเท็จก็สบายใจขึ้น ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ แต่รายละเอียดเชิงลึกในเรื่องการสอบปากคำนั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งแม่ยืนยันว่าจะให้สัมภาษณ์หลังจากที่จับคนร้ายได้แล้วเท่านั้น

 

บรรยากาศที่บ้านของลุงพล ซึ่งแม้ลุงพลกับป้าแต๋นจะไม่อยู่บ้าน เนื่องจากเดินทางไปเข้าเครื่องจับเท็จ ที่กรุงเทพฯ แต่บรรยากาศยังคงคึกคักไปด้วยยูทูบเบอร์ ที่ต่างไลฟ์สดบรรยากาศบ้านของลุงพล หนึ่งในนั้นคือป้าจำลอง หรือ นางจำลอง แดนกาไสย ที่ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นยูทูบเบอร์ และได้ไลฟ์สดอยู่ที่บ้านของลุงพลตลอดทั้งวัน

ส่วนการก่อสร้างรูปปั้นองค์พญานาค "พ่อปู่ปาริจิตนาคราช" บริเวณข้างบ้านลุงพลนั้น ขณะนี้คืบหน้าไปกว่า 30% เริ่มมีการปั้นเกล็ดแล้ว คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือน จึงจะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งตลอดทั้งวันก็พบว่ามีชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมา บางส่วนก็แวะเวียนมาสักการะบูชา ขอพรและขอโชคลาภ

 

เมื่อย้อนกลับไปช่วงที่พบศพน้องชมพู่ ตำรวจไปพบเส้นผม จำนวน 36 เส้น ถูกตัดด้วยมีดและไม่พบรากผม ซึ่งทนายรัชพล ระบุว่า ตำรวจอาจจะพุ่งไปที่คนที่ชอบไสยศาสตร์ เพราะตำรวจลงไปสอบคนในหมู่บ้านทั้งหมด และหนึ่งในนั้นก็คือ ลุงพล

ส่วนความเชื่อของลุงพล วันที่ 28 ก.ค.63 ที่ผ่านมา ได้ทำพิธีปักธูปกลับหัว ขณะที่เข้าร่วมการดื่มน้ำสาบาน วัดภูผาแอก จ.มุกดาหาร กระทั่งวันที่ 23 ธ.ค.63 ได้เริ่มก่อสร้างรูปปั้นพญานาคปาริจิตนาคราช ข้างๆ บ้านพัก ต.ดงหลวง อ.กกตูม จ.มุกดาหาร ตามความเชื่อที่ว่า อดีตชาติสืบเชื้อสายพญานาค

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลุงพลสร้างนั้น ยังพบว่ามีศาลเจ้าแม่ตะเคียนโสรภี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ไหลมาพร้อมกับน้ำป่า จึงลอยมาติดฝั่งคลองหลังบ้านของลุงพล

ส่วนรูปปั้นพ่อปู่ปาริจิตนาคราช สูง 7 เมตร มีฐานลอยได้ ระยะเวลาการสร้าง ตั้งแต่เดือน ธ.ค.63 - เม.ย.64 เงินบริจาคทั้งสิ้น 1,311,197.89 บาท

 

นายจีระพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา มองว่า ไม่รู้ว่าทำไมทนายรัชพล ถึงบอกว่า ลุงพลเข้าข่ายผู้ต้องสงสัย เพราะเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ แต่ส่วนตัวอยากบอกว่า คนที่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ ไม่ได้มีแค่ลุงพล ยังมีอีกคนที่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์มาก

ลงทุนไปบวชไปร่ำเรียนศึกษาวิชาพวกนี้มา น่าจะเชื่อมโยงมากกว่าลุงพลหลายเท่าตัว ซึ่งน่ากลัวกว่าลุงพลอีก คนในพื้นที่รู้ดีว่าเป็นใคร คนนี้เข้ากับใครไม่ค่อยได้ แต่ชอบเรียนไสยศาสตร์ แม้กระทั่งวันเจอศพน้อง คนนี้ยังไปกราบไหว้กับใครก็ไม่รู้ อยากฝากบอกทนายรัชพลว่า คนนี้น่ากลัวกว่า ลุงพล ถ้าพูดถึงเรื่องไสยศาสตร์

ผ่านไป 242 วัน ตำรวจถึงเรียกทางฝั่งแม่น้องชมพู่ และลุงพลกับป้าแต๋น มองว่าจะช้าไปหรือไม่ ที่เพิ่งนำตัวมาเข้าเครื่องจับเท็จ สงสัยว่าทำไมปล่อยระยะเวลานานเกินไป ทำไมช่วงแรกๆ ถึงไม่ใช้เครื่องจับเท็จ เข้ามาจับพิรุธ ในการที่ติดตามคดี และศึกษาคดีนี้พบว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องโกหกให้กันและกัน และมีการแบ่งฝ่ายชัดเจน จะเล่นงานใคร เรื่องนี้ต้องสงสัยทุกคน

สำหรับเรื่องการที่มีการตัดผมน้องชมพู่ไป มีนัยของความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ แต่ทำอะไรน้องชมพู่ไม่ได้ เพราะน้องบริสุทธิ์ อยากฝากถึงกล่าวหาตนว่า พอหมดผลประโยชน์ ก็ไม่ช่วยลุงพล อยากชี้แจงว่าหากใครดูข่าวนี้ตั้งแต่เริ่มต้น ตนมีแต่เสีย ไม่ได้ผลประโยชน์ มีแต่ควักเงิน ผลประโยชน์อยู่ตรงไหน ตนไม่ได้เกาะกระแส เพราะไปหาตั้งแต่ลุงพลนอนในเปล ยังไม่มีใครรู้จัก อยากให้พวกที่เข้ามาคอมเมนต์ ดูกันตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ใช่เพิ่งมาดูตอนนี้

 

ครูบาเจ้าหน่อเขี้ยวแก้ว หรือหลวงพ่อรวย เจ้าอาวาสวัดป่านฤมิตร (ถ้ำมังกรทอง) จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ถ้าดูตามนิมิต พบว่าลุงพลเป็นลูกหลานพญานาค ที่ลุงพลสร้างรูปปั้นไว้ที่บ้าน มีนิมิตถึงเรื่องพญานาค ที่เกี่ยวข้องกับลุงพล จะเป็นภูมิของเทวดา เป็นพญานาคที่บำเพ็ญศีลภาวนา ประพฤติปฏิบัติดี ทั้งด้านล่างและด้านบน

เป็นจิตที่เป็นเทวดา ไม่ใช่จิตที่เป็นเดรัจฉาน แต่เป็นเทวดากึ่งเดรัจฉาน ดวงชะตาของลุงพลที่เข้าเครื่องจับเท็จ จะมีระยะเวลาในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์อยู่ในระยะหนึ่ง ต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานหรือการต่อสู้ทางคดีความ

หากพูดตามฮวงจุ้ยที่ลุงพลสร้างพญานาค บริเวณที่สร้างเป็นขุมทรัพย์ของพญานาค จากการพิจารณาการสร้าง รูปปั้นพญานาค อยู่ในจุดที่ถูกต้อง เป็นจุดของสมบัติดวงเมือง สมบัติเมืองบาดาล ตามภูมิเทวาตามทิศต่างๆ ตามหลักโบราณ ไม่ได้อยู่ในกรอบพุทธศาสนา อยู่ในหลักของลัทธิพราหมณ์ หลังจากนี้ตนจะเอาพระธาตุ ไปบรรจุในรูปปั้นพญานาค รวมทั้งเพชรพญานาค และเขี้ยวพญานาค เอาไปบรรจุที่เศียรพญานาคด้วย

 

ที่บ้านกกกอก พบกับหมอเข้ม (นามสมมติ) หมอธรรมตาทิพย์ ได้นั่งสมาธิก่อนจะตอบคำถามว่า ที่คดีน้องชมพู่ผ่านมากว่า 200 วัน และยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ ตนมองว่าหลักฐานยังคงไม่เพียงพอ และยังไม่เจอหลักฐานที่จะพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นผู้กระทำผิด

เนื่องจากบริเวณจุดเกิดเหตุเองก็ไม่มีกล้องวงจรปิดที่จะสามารถเป็นหลักฐานมัดตัวคนร้ายได้ จึงยากต่อการติดตาม เพราะไม่สามารถจับกุม แบบสุมสี่สุ่มห้าได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่เคยเอ่ยปากไว้ว่า จะจับกลุ่มคนร้ายโดยใช้หลักฐานรัดกุมที่สุด แต่เชื่อว่าขณะนี้ทางเจ้าที่ตำรวจก็คงรู้ตัวคนร้ายแล้ว เพียงหลักฐานยังไม่ครบถ้วน

ส่วนตั้งแต่น้องชมพู่เสียชีวิตไป ตนก็ยังไม่ได้มีการไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องคดีนี้แต่อย่างใด ตนจึงไม่สามารถตอบคำถามใดๆ กับทางสื่อได้ รวมไปถึงไม่สามารถจับฌานหรือสัมผัสวิญญาณต่างๆ ได้ ตนก็มองไม่เห็นอะไร ส่วนคนร้ายจะเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ หรือจะเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการตัดผมน้องชมพู่หรือไม่ ตนมองว่าก็อาจจะมีส่วน

เนื่องจากคิดว่าคนร้าย ต้องมีจุดประสงค์ที่จะนำเส้นผมของน้องชมพู่ไปประกอบพิธีอะไรบางอย่าง เพราะน้องชมพู่เป็นวิญญาณที่บริสุทธิ์ แต่ตนก็ไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆ ได้มาก เนื่องจากไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัด

ส่วนปมที่ทางครอบครัวของน้องชมพู่ รวมไปถึงลุงพลป้าแต๋นที่กำลังจะเข้าเครื่องจับเท็จ ตนมองว่าในส่วนนี้ตนไม่ขอยุ่ง แต่มองว่าใครทำอะไรไว้ก็จะได้รับผลกรรมแบบนั้น

 

เมื่อย้อนกลับไปฟังบทสัมภาษณ์ของลุงพล วันที่ 23 พ.ย.63 ที่ผ่านมา มีพระอาจารย์ท่านหนึ่งชื่อ "พล" บอกว่า ลุงพลเป็นลูกหลานพญานาค จึงกลับมาคุยกับป้าแต๋น และระดมทุนเพื่อสร้างองค์ปู่พญานาค จึงกลายเป็นเหตุผลที่ลุงพลศรัทธาและได้เริ่มสร้างรูปปั้นพญานาคดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ลุงพล ยังระบุว่า "พระบอกว่าบริเวณข้างบ้านเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีเจ้าปู่นาคาอาศัยอยู่ จึงทำตามคำแนะนำของพระอาจารย์พล ด้วยการจัดสร้างองค์พญานาคขนาดใหญ่"

 

ทั้งนี้ตั้งแต่ลุงพล กลายเป็นข่าวโด่งดัง ชีวิตได้เปลี่ยนไปมาก อดีตบ้านที่มีเพียงผ้าใบขึงล้อมรอบเท่านั้น ปัจจุบันมีคนใจดีสร้างบ้านให้ลุงพล ขึ้นโครงเหล็ก ก่ออิฐฉาบปูนอย่างสวยงาม

ขณะที่บริเวณหน้าบ้าน จากพื้นดินโล่งเตียน ตอนนี้พื้นที่ดังกล่าวก็กลายเป็นตลาดขนาดย่อมๆ ที่เปิดให้ชาวบ้านขายของ ขายอาหาร ของที่ระลึก โดยไม่มีการเก็บค้าเช่าที่แต่อย่างใด และที่ไม่คาดคิด บริเวณพื้นที่หลังบ้าน จากเดิมที่เป็นป่ารก หญ้าขึ้นสูง และเป็นพื้นที่สวนยางพารา แต่ปัจจุบันได้ปรับพื้นที่และสร้างเป็นหมู่บ้านยูทูบเบอร์ เรียบร้อยแล้ว  อย่างไรก็ดี งานและรายได้ต่างๆ ของลุงพล ก็ได้มาจากรับงานถ่ายแบบ ออกอีเวนต์ และเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า

แสดงความคิดเห็น