ออมสิน ขยายเวลาพักชำระหนี้ถึงสิ้นปี

โดย: Ten / 12 ตุลาคม 2563 - 15:22

ธนาคารออมสิน ขยายเวลาพักเงินต้น-ดอกเบี้ย ต่อเนื่องอีก 3 เดือน ถึง 31 ธันวาคม 2563 ช่วยลูกค้าที่ยังได้รับความเดือดร้อนจาก COVID-19 แต่ถ้ายังจ่ายไหว ไม่อยากพักชำระหนี้ต่อ ก็แจ้งออกจากมาตรการฯ ได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo จากธนาคารออมสิน

 

เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้คนจำนวนมากต้องประสบวิกฤติทางการเงิน จนไม่สามารถชำระหนี้สินเงินกู้ต่างๆ ได้ ดังนั้น สถาบันการเงินหลายแห่งจึงออกมาตรการพักชำระหนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งมาตรการส่วนใหญ่ใกล้สิ้นสุดระยะเวลาลงแล้ว ทว่ายังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่การดำเนินชีวิตยังไม่กลับสู่สภาวะปกติ และกำลังหาทางออกว่าจะจัดการปัญหาหนี้สินกับธนาคารอย่างไรดี ?

แต่วันนี้มีข่าวดีสำหรับลูกค้าสินเชื่อทุกประเภทของธนาคารออมสินที่เคยเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้เป็นเวลา 6 เดือน มาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 และจะครบกำหนดสิ้นสุดมาตรการฯ ในวันที่ 30 กันยายน 2563 คุณสบายใจได้เลย เนื่องจากธนาคารออมสินได้ออกมาตรการขยายเวลาพักชำระหนี้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติต่อไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563 โดยไม่ต้องจัดทำนิติกรรมสัญญาเพิ่มเติมใดๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี

โดยผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมมาตรการขยายเวลาพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยของธนาคารออมสินต่อไปถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 จะต้องมีคุณสมบัติ คือ

เป็นลูกค้าสินเชื่อบุคคลทุกประเภทที่ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน และไม่เป็น NPL ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563

เป็นลูกค้าสินเชื่อ SMEs วงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท และไม่เป็น NPL ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562

อย่างไรก็ตาม ต้องบอกก่อนว่า หากคุณเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ต่ออีก 3 เดือน แม้จะไม่ต้องจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยเลย แต่ธนาคารยังคงคิดดอกเบี้ยค้างชำระจากเงินต้นที่ได้รับการพักชำระหนี้ตามปกติ เพราะฉะนั้น ถ้าใครสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติแล้ว หรืออยากจะขอจ่ายเฉพาะเงินต้น หรือดอกเบี้ยไปก่อน แนะนำให้ออกจากมาตรการพักชำระหนี้ดีกว่า จะได้ไม่มีดอกเบี้ยคงค้างเพิ่มเติมระหว่างพักชำระหนี้ 3 เดือน โดยแจ้งความประสงค์ขอออกจากมาตรการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo พร้อมเลือกแผนการชำระหนี้ที่คุณต้องการได้ด้วยตัวเอง ตลอด 24 ชั่วโมง

วิธีแจ้งความประสงค์ออกจากมาตรการพักชำระหนี้

ใช้งานต้องอัปเดตแอปพลิเคชัน MyMo เป็นรูปแบบล่าสุด (เวอร์ชั่น 1.34.0) ก่อน จึงสามารถเข้าสู่มาตรการฯ และทางเลือกพักชำระหนี้ จากนั้นทำตามขั้นตอน ดังนี้

1. เลือกเมนู "แผนการชำระหนี้"

 

2. เลือกบัญชีที่ต้องการ ปรับแผนชำระหนี้

 

3. แสดงรายละเอียดแผน การชำระหนี้ตามมาตรการฯ

 

4. เลือกแผนการชำระหนี้ที่คุณต้องการ โดยมีให้เลือก 3 แบบ คือ

แผนที่ 1 ชำระเฉพาะดอกเบี้ยทั้งจำนวน 100% จากเงินงวดต่อเดือนตามเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ หรือสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เดิม

แผนที่ 2 ชำระเงินต้น 50% และชำระดอกเบี้ยปกติทั้งจำนวน 100% 

แผนที่ 3 ชำระเงินงวดต่อเดือนตามเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ หรือสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เดิม

สำหรับดอกเบี้ยระหว่างพักชำระหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนออกจากมาตรการฯ ให้ชำระในงวดสุดท้าย

 

5. แสดงรายละเอียดแผน การชำระหนี้ที่เลือกไว้

 

6. อ่านและกดยอมรับข้อตกลง และเงื่อนไข

 

7. ใส่ Passcode เพื่อยืนยันการทำรายการ

 

8. ทำรายการเลือกแผนชำระหนี้สำเร็จ

 

9. รอการดำเนินการปรับแผนชำระหนี้ โดยจะมีผลในวันถัดไป

 

10. ปรับแผนการชำระหนี้สำเร็จ

 

ทั้งนี้ ถ้าต้องการเปลี่ยนแผน หรือยกเลิกแผนการชำระหนี้ที่เลือกไว้ สามารถยกเลิกรายการได้ก่อนเวลาเที่ยงคืนของวันที่ทำรายการ ซึ่งเมื่อธนาคารอนุมัติแล้ว จะขอกลับเข้ามาตรการพักชำระหนี้ไม่ได้อีก

สำหรับสินเชื่อที่กู้ร่วม ให้ผู้กู้ที่มีชื่อเป็นลำดับแรกในสัญญากู้เงินเป็นผู้มีสิทธิ์แจ้งความประสงค์ออกจากมาตรการฯ เท่านั้น ส่วนลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนนิติบุคคล ให้ดำเนินการแจ้งความประสงค์ที่สาขาเจ้าของบัญชี และในกรณีที่บัญชีของคุณมีหนี้ค้างชำระก่อนเข้าร่วมมาตรการฯ หรือมีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือติดสถานะทางกฎหมายใดๆ จะไม่สามารถแจ้งความประสงค์ออกจากมาตรการพักชำระหนี้ได้

หลังครบกำหนดพักชำระหนี้ 31 ธันวาคม 2563 ต้องทำอย่างไร ?

เมื่อตัดสินใจเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ต่ออีก 3 เดือน เท่ากับว่าคุณจะไม่ต้องจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยใดๆ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 แต่เมื่อครบกำหนดพักชำระหนี้รอบนี้แล้ว ให้กลับมาชำระเงินงวดปกติ ตามเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ หรือสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เดิมได้เลย ส่วนดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นระหว่างพักชำระหนี้ ค่อยนำไปจ่ายในงวดสุดท้ายของสัญญา

แต่ถ้าใครยังชำระหนี้ไม่ไหว หรือไม่สามารถชำระเงินงวดค้างชำระก่อนเข้าร่วมมาตรการฯ ได้จริงๆ กรณีนี้ให้ติดต่อขอปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร ซึ่งเงื่อนไขต่างๆ ของมาตรการนี้จะเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

ทั้งนี้ หากยังมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ ธนาคารออมสิน Call Center โทร. 1115 และธนาคารออมสิน ทุกสาขาทั่วประเทศ

แสดงความคิดเห็น