ตำรวจ รู้ คนร้ายคือ ใคร ทำไป เพราะ โกรธเคืองกัน - ดีเอ็นเอ เป็นหลักฐานสำคัญ

โดย: CloudF7 / 23 มิถุนายน 2563 - 11:22

ตำรวจ มั่นใจเต็มที่ คนร้ายคือคนในพื้นที่ น่าก่อเหตุ เพราะเหตุโกรธเคืองกัน เร่งหาหลักฐานมัดตัว ผ่านดีเอ็นเอ ที่เป็นหลักฐานสำคัญของคดีน้องชมพู่

วันที่ 23 มิ.ย. สำนักข่าว ช่อง 8 รายงานว่า 41 วันคดีน้องชมพู่ ยังมีบรรดาหมอดู ร่างทรง อ้างนิมิตเห็นคนร้ายติดต่อมาที่ครอบครัว ขณะตำรวจยังเร่งหาหลักฐานมัดตัวคนร้าย ที่ยังมั่นใจว่าเป็นคนในพื้นที่ และน่าจะมีเหตุโกรธเคืองกัน

นี่คือบ้านของน้องชมพู่ ในตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ถัดมาคือบ้านน้าสาว ซึ่งเป็นจุดที่น้องชมพู่หายตัวไปเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม

ซึ่งบริเวณรอบรอบบ้านของน้องชมพู่มีทั้งบ้านญาติและชาวบ้านทั่วไป ภายในซอยเดียวกันมีประมาณ 10 หลังคาเรือน ซึ่งสมาชิกแต่ละบ้านต้องบอกว่าถูกตำรวจเชิญตัวไปสอบปากคำแล้วทั้งหมดรวมถึงบ้านของน้องชมพู่เอง ที่ทั้งพ่อและแม่ ถูกตำรวจเชิญตัวไปเค้นสอบหลายครั้งและมีการเก็บดีเอ็นเอ ด้วย

41 วัน กับคดีนี้ ชาวบ้านกกกอกหลายคนตกเป็นผู้ต้องสงสัย ที่ตำรวจอยู่ระหว่างพิสูจน์ความจริง โดยนายแอ๋ม ที่บ้านอยู่ติดกันกับบ้านน้องชมพู่ ก็เป็น 1 ในเป้าหมาย เมื่อวานนี้ ตำรวจได้มีการนำตัวไปตรวจสอบจุดต้องสงสัยบนภูเหล็กไฟ ซึ่งนายแอ๋ม ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

นายแอ๋ม ตกเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะถือเป็นบุคคลที่อยู่ใกล้กับน้องชมพู่ ก่อนที่จะหายตัวไป นอกจากนี้ จากตรวจสอบประวัติยังพบว่าเคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และที่สำคัญยังเคยมีปัญหาเรื่องหนี้สินกับครอบครัวของน้องชมพู่ด้วย

เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ พร้อมชี้แจงว่า วันที่ 11 พฤษภาคม ก่อนที่น้องชมพู่จะหายตัว ได้เลี้ยงลูกสาววัย 4 เดือน อยู่ภายในบ้าน ทราบข่าว ตอน 9 โมงกว่าๆ เพราะได้ยินชาวบ้านส่งเสียงเรียกหาน้องชมพู่ จึงออกมาดู จากนั้นก็ยังได้ช่วยกันกับชาวบ้านตามหา ส่วนเรื่องหนี้สินกับบ้านน้องชมพู่ ก็ยืนยันว่าไม่เคยโกรธเคืองที่ถูกทวงเงิน และไม่ได้ขัดแย้งกัน

แม่น้องชมพู่ ก็บอกว่า เป็นเรื่องนานมาแล้ว และนายแอ๋ม ได้คืนเงินทั้งหมดแล้ว ซึ่งมองว่าไม่น่าจะเป็นชนวนเหตุของฆาตกรรมได้

ที่บ้านของน้องชมพู่ ช่วงนี้แม้จะไม่ค่อยมีบรรดาหมอดู หมอธรรม หรือ ร่างทรง เดินทางมาทำพิธี จำนวนมากเหมือนกับก่อนหน้านี้ แต่ต้องบอกว่ายังไม่โทรศัพท์ติดต่อมาที่แม่ของน้องชมพู่ ไม่ขาดสาย อ้างนิมิตเห็นคนร้าย นิมิตเห็นเสื้อที่น้องสวมใส่ในวันเกิดเหตุ ซึ่งครอบครัวอยากให้เรื่องของการจับกุมคนร้าย เป็นหน้าที่ของตำรวจมากกว่า เพราะท้ายที่สุดแล้ว หลักฐานที่จะเอาผิดได้ คือ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

แสดงความคิดเห็น