หมอปลาอาการออก เดินผ่านบ้านปริศนา รีบเรียกลุงน้องชมพู่คุยส่วนตัว

โดย: Conan / 22 มิถุนายน 2563 - 17:09

เป็นอีกหนึ่งคดีที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง แม้จะผ่านมาแล้ว 42 วัน กรณีการเสียชีวิตของ น้องชมพู่ อายุ 3 ปีที่สูญหายจากบ้านพัก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.63 จนไปพบศพกลางป่าบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 5 กม.ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งหาหลักฐานที่อาจจะเชื่อโยงคดี กระทั่งมีพระสงฆ์จาก จ.เชียงราย เดินทางมาพบครอบครัว พร้อมกับนิมิตอ้างว่าเด็กเดินตามเสียงไสไม้ขึ้นเขา และในมือได้ถือรถแบ็กโฮ จากนั้นเหยียบสายไฟจนถูกไฟดูดเสียชีวิต

ล่าสุดนายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลามือปราบสัมภเวสี เดินทางมาที่หมู่บ้านกกกอก โดยมีการให้กำลังใจและลงพื้นที่เพื่อดูสถานที่จริงหมอปลามีการนัดพูดคุยกับทีมข่าวในพื้นที่ จ.สกลนคร เพื่อพูดคุยการทำงาน และลำดับการเดินทางมา ซึ่งระบุว่าจะเดินทางมา เพื่อพูดคุยให้กำลังครอบครัวชมพู่ พร้อมเดินไปที่จุดเกิดเหตุ เมื่อหมอปลาเดินทางมาถึง ได้เดินออกมาทักทายนางสมควร หลาบโพธิ์ ซึ่งเป็นยายของน้องชมพู่ จากนั้นมีการพูดคุยให้กำลังใจยายน้องชมพู่โดยมีการพูดคุยหยอกล้อกัน ซึ่งนางสมควรก็ระบุว่าเป็นข่าวมาก็เครียด และสงสารลุงไชย์พล ซึ่งเป็นลูกเขย ซึ่งมองว่าลูกเขยเป็นคนดีไม่คิดที่จะทำร้ายชมพู่ได้ เพราะลุงก็รักหลาน

จากนั้นได้เดินต่อไปพบ นายไชย์พล ซึ่งนั่งเล่นอยู่ที่บ้านนางนลิน มีการพูดคุยให้กำลังใจ พร้อมสอบถามหลังจากตกเป็นผู้ต้องสงสัย ซึ่งลุงไชย์พล ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนก่อเหตุ

จากนั้นมีการขอเดินต่อไปยังบ้านลุงไชย์พล ด้วยการเดินเท้าไป ประมาณ 400 เมตร โดยมีการพูดคุยกันไปตลอดเส้นทาง จนกระทั่งไปถึงที่บ้านลุงไชย์พลโดยที่นางสมพร หรือ ป้าแต๋น อยู่ที่บ้าน ซึ่งหมอปลาเดินทางมาถึง ได้เข้าไปภายในบ้านมุงเพียงผ้าใบรอบหลัง เป็นบ้านยังสร้างไม่เสร็จ หมอปลาก็พูดออกมาว่า บ้านนี้เดินทางมาแล้วสัมผัสอะไรไม่ได้ หากสัมผัสได้จะมีน้ำตาไหล หรืออาเจียนออกมา

หมอปลาเดินกลับมาที่บ้านตาชาญ ซึ่งพูดคุยกับตาชาญเล็กน้อย จากนั้นก็เดินต่อไปยังบ้านน้องชมพู่ ซึ่งตาชาญระบุว่า ตนนั้นไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำจะมีแค่ช่วงแรกที่ตนฝันเห็นพระรูปหนึ่งไปกับนายประวิทย์ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านในชุมชน จากนั้นเช้าวันรุ่นขึ้นก็พบว่าน้องชมพู่หายตัวไปซึ่งไม่แน่ใจว่าความฝันนั้นจะหมายถึงอะไร ยอมรับว่าคิดถึงหลาน หลายครั้งก็ร้องไห้ ส่วนตัวเห็นแต่ภาพหลานบนเขา ซึ่งไม่แน่ใจว่าหลานถูกกระทำอย่างไร ตนได้แต่คิดว่าหลานทุกข์ทรมาน

เมื่อหมอปลาเดินไปยังบ้านของน้องชมพู่ ได้พูดคุยกับนางจุไรภรณ์ น้าน้องชมพู่ และนางสมควร ซึ่งมีการพูดคุย ระบุว่า หากหมอปลาสัมผัสอะไรได้ในจุดไหน จะร้องไหน เนื่องจากตัวเองอธิษฐานมาว่า วันนี้ขอให้ดวงวิญญาณน้องชมพู่ หากยังอยู่ให้ตนสัมผัสได้ โดยตนจะมีปฏิกิริยาตอบรับ คือ ร้องไห้ออกมา แต่ไม่ใช่การเข้าทรง โดยมีการขออนุญาติในการเดินดูรอบ ๆ บ้าน จากนั้นมีการเดินต่อไปดูจุดเลี้ยงหนู จุดที่น้องชมพู่เล่น ซึ่งหมอปลา ระบุว่า สัมผัสอะไรไม่ได้ เมื่อเดินต่อไปยังบ้านน้องชมพู่ หมอปลาได้เดินไปภายในตัวบ้าน จากนั้นไปดูที่ชั้น 1 ก่อนขอเดินขึ้นชั้น 2 ซึ่งหมอปลาได้ขอขึ้นไปดูความเป็นอยู่ด้านบนบ้าน

บ้านน้องชมพู่ ยังเป็นบ้านที่สร้างไม่เสร็จ ชั้น 2 ไม่มีช่องหน้าต่าง จะมีก็เพียงมุ้ง ของเครื่องใช้ และเสื้อผ้าน้องชมพู่บางส่วนที่ยังคงหลงเหลืออยู่เท่านั้น หมอปลาใช้เวลาไม่นาน จากนั้นก็เดินลงจากบ้าน ก่อนเตรียมตัวขึ้นภูเหล็กไฟเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ได้เดินต่อไปยังภูเหล็กไฟ ซึ่งมีบางช่วงหมอปลากระซิบกับทีมข่าว ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัมผัสที่ตัวเองรู้สึกและสงสัยแต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าคืออะไร ก่อนจะขึ้นภูเหล็กไฟไป

 จากนั้นหมอปลาได้เดินขึ้นเขา โดยตลอดเส้นทางมีการสอบถามเรื่องเส้นทาง และจุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี โดยตั้งแต่ขึ้นภูเหล็กไฟ หมอปลาระบุตั้งแต่ต้นว่าไม่เชื่อว่าเด็กจะเดินขึ้นเขาเองได้ เนื่องจากสภาพเขาค่อนข้างลำบากในการเดิน

หมอปลาได้ไปสำรวจตามจุดพบศพ จุดเจอรองเท้า และจุดเจอกางเกง ซึ่งครั้งนี้มีชาวบ้าน และลุงไชย์พลเดินขึ้นไปด้วย มีการชี้จุดพบศพว่าในวันที่เจอศพเจอน้องชมพู่อยู่ในสภาพไหน โดยหมอปลา ยังตั้งข้อสังเกตว่า หากเด็กนอนตาย ร่างกายของเด็กคงไม่มานอนทับโขดหิน หากจุดไหนที่ตนไปและพบว่ามีวิญญาณอยู่ ตนจะเกิดการต่อต้าน และจะน้ำตาไหล จะหาว จะอาเจียน ซึ่งวันนี้มาถึงจุดที่เจอศพ ตนสัมผัสอะไรไม่ได้ นอกจากถูกยุงกัดเท่านั้น ไม่เกิดอาการต่อต้านตลอดการเดินไม่พบอะไรเลย สามารถพูดได้ว่าเด็กต้องตายจากจุดอื่นมาก่อน แล้วเอาศพมาอำพรางที่นี่

ตนเชื่อว่าคนร้ายต้องการอำพรางว่าชมพู่ถูกข่มขืน และต้องการให้ศพเน่า แต่กลับมีผู้มาพบเจอศพเสียก่อน จึงทำให้ผิดแผนคนร้าย อีกอย่างคือตนเชื่อว่าเด็กไม่มีปัญญาเดินมาได้ คนที่คิดว่าเด็กเดินได้ อยากให้มาลองเดินเอง อย่าได้แต่วิจารณ์ ส่วนตัวคิดว่าน้องชมพู่คงไม่ได้ตายวันแรก ซึ่งหากตายหลังจากวันที่ 11 พ.ค.63 อยากรู้ว่าน้องชมพู่ไปอยู่ไหนในช่วงที่ยังไม่ตาย อีกหนึ่งเรื่องคือ วันนี้ตนสัมผัสได้ 1 จุด แต่ยังไม่ขอบอกว่าเป็นจุดไหน เพื่อไม่ป้องกันการกล่าวหาหรือการไปปรักปรำใครตนตั้งใจเดินทางมาให้กำลังใจทุกคน อย่างลุงไชย์พล ครอบครัวน้องและชาวบ้าน ซึ่งคนในหมู่บ้านขยับไปไหนไม่ได้ เพราะกลัวจะกลายเป็นคนผิด

ทั้งนี้ ตนตั้งข้อสังเกตว่า คดีนี้ที่เกิดความล่าช้า เพราะตั้งแต่วันแรก ทำไมตำรวจไม่เอาเชือกมากั้นตั้งแต่วันแรกๆโดยคิดว่า หากกั้นไว้ตั้งแต่วันแรก หลักฐานทุกอย่างอาจจะมีมากกว่านี้ ซึ่งหลังจากนั้นก็สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน และทำให้คนที่เป็นผู้ต้องสงสัยอยู่ยาก

ตนมองว่า เป็นความพลาดของจนท.อีกด้านหนึ่ง ด้านความเชื่อ ตนยืนยันได้ว่า ผีไม่ได้พาไป คนนี่แหละที่พามาทำร้าย เรื่องไสยศาสตร์มนตร์ดำไม่มี เพราะเด็กไม่ได้ถูกสะกดวิญญาณ น้องชมพู่เป็นเด็กมีจิตบริสุทธิ์ อายุเพียง 3 ขวบ ซึ่งไม่มีใครไปสะกดวิญญาณน้องได้ น้องชมพู่ตอนนี้ไปดีแล้ว ตนอยากบอกไว้ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มีทางทำคน มีแต่คนที่ทำคน โดยเปรียบให้เห็นภาพ หากเจ้าป่าเจ้าเขามีจริง ก็คงไปทำพวกตัดไม้ทำลายป่าคดีนี้พูดได้ว่ายากเพราะเกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ และเชื่ออีกอย่างคนที่นำเด็กมาทิ้ง ต้องเป็นคนรู้จุด คนรู้พื้นที่ เพราะตนขึ้นมาหากไม่มีคนพามาก็คงหลง

แสดงความคิดเห็น