ปู่โสมเฝ้าทรัพย์

โดย: Montree / 14 มกราคม 2565 - 13:41

ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ เป็นชื่อที่ใช้เรียก วิญญาณที่ทำหน้าที่เฝ้าทรัพย์สมบัติ ที่เป็นสมบัติล้ำค่า หรือ สมบัติของชาติ เช่น กรุสมบัติในอาณาจักรอยุธยา เป็นต้น ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ทำหน้าที่คล้ายเจ้าที่เจ้าทาง หรือ เทพารักษ์ที่พิทักษ์ทรัพย์สมบัติ เหล่านี้เอาไว้

เรื่องนี้มีหลักฐานและถูกเล่าขานกันนานแล้ว เป็นเรื่องจริงจากคำบอกเล่าของพระธุดงค์หลายรูป ที่เล่าตรงกันเกี่ยวกับ ขุมทรัพย์โบราณ มูลค่ามหาศาลภายใน วัดป่าแก้ว หรือ วัดใหญ่ชัยมงคล จ. พระนครศรีอยุธยา เดิมตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับวัดสำคัญ คือ วัดพนัญเชิง วัดมเหยงค์ วัดกุฎีดาว และ วัดอโยธยา

ครั้งถึงแผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ได้ทรงให้ขุดศพเจ้าแก้วเจ้งไท เชื้อพระวงศ์ที่เป็นอหิวาตกโรคตาย ขึ้นพระราชทานเพลิงที่วัดนี้ แล้วทรงซ่อมแซมบูรณะเจดีย์วิหาร ก่อนจะทรงสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง พระราชทานนามว่า วัดเจ้าพญาไท ให้เป็นที่พำนักของพระพนรัต ซึ่งเป็นพระสังฆราชฝ่ายอรัญวาสี และด้วยอาณาเขตของวัดที่กว้างใหญ่ ชาวบ้านจึงนิยมเรียกชื่อ วัดใหญ่ ตั้งแต่นั้นมา

 ในปัจจุบัน วัดโบราณเก่าแก่ในเขต พระนครศรีอยุธยา หลาย ๆ วัดเป็นที่รู้จักดีในหมู่เซียนพระ และนักเล่นของเก่าแก่ ว่าจะต้องมี สมบัติมีค่ามหาศาลฝังไว้ใต้ดิน และแน่นอนว่าแต่ละที่จะต้องมี ภูต ที่เรียกว่า ปู่โสม เฝ้าอยู่ คนที่เชื่อและขยาดในอิทธิฤทธิ์มักไม่กล้าเข้าไปยุ่ง แต่กับกลุ่มคนที่ชอบ ลักลอบเข้าไปขุด พวกนี้จะมองเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เพราะกิเลสที่มีอยู่ ทำให้ตามืดบอด มองไม่เห็นหายนะและความตายจาก คำสาปแช่ง ที่กำลังจะมาถึง

เล่ากันว่า บริเวณวัดมีแต่ต้นไม้ขึ้นหนาแน่นและเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย เช่น งูเหลือม งูจงอาง เป็นสถานที่อันตราย เปลี่ยว และยังลือกันว่า ผีดุ จนชาวบ้านได้กล้าย่างกรายเข้าไป แต่ก็ยังมีพระภิกษุรูปหนึ่ง ใช้สถานที่นี้เป็นที่ปักกลดท่านคือ หลวงปู่สีโห พระป่ากรรมฐาน ซึ่งเป็นศิษย์ใกล้ชิด หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระปรมาจารย์กรรมฐานแห่งภาคอีสาน

หลวงปู่สีโห ท่านเคยมาปักกลดอยู่ในวัดป่าแก้ว ใกล้กับพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่สมเด็จพระนเรศวรฯ ทรงสร้างเฉลิมฉลองพระเกียรติ ภายหลังที่มีชัยแก่พม่าแล้ว ขณะที่ท่านพำนักอยู่ ได้มีคนกลุ่มใหญ่พากันเข้ามาภายในวัด มองดูลักษณะคล้ายพวกโจร คนเหล่านี้มาขอร้องให้หลวงปู่ถอนกลดย้ายไปจากที่นั่น หลวงปู่ถามว่าเหตุใดจึงมาไล่ท่าน คนพวกนั้นตอบตามตรงว่าพวกเขาจะมาขุดทรัพย์ตามลายแทง แต่ไม่อยากให้หลวงปู่ร่วมรับรู้ด้วย

และยังได้เล่าต่อไปว่า ภายในเขตกรุงศรีอยุธยา นี้มี ลายแทงโบราณ บอกที่ ซ่อนทรัพย์สมบัติ ไว้มากมายถึง 713 แห่ง พวกเขาขุดพบมาแล้ว 5 แห่ง และตาม ลายแทง ยังบ่งบอกไว้ว่า ในบริเวณรอบพระเจดีย์ใหญ่ที่สมเด็จพระนเรศวรฯ สร้างนี้มีขุมทรัพย์อยู่ถึง 27 ขุม มีข้าวของเงินทอง และเพชรนิลจินดาอยู่มากมาย จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ก็ได้เอาสมุดข่อย ซึ่งเขียนด้วยอักษรไทยโบราณมีรูปแสดง ที่ตั้งขุมทรัพย์ใต้ดิน ในบริเวณรอบ ๆ พระเจดีย์

นอกจากนี้ ในสมุดข่อยยังมีแผนที่แสดงขุมทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วกรุงศรีอยุธยาอีกมากมายนับไม่ถ้วน และที่น่ากลัวก็คือ ภายในสมุดข่อยเล่มนั้นมีอยู่หน้าหนึ่ง เป็นผ้าเยื่อไม้ซีด ๆ ปรากฏ คำสาปแช่ง เอาไว้ด้วยโดยที่ไม่รู้ว่า กลุ่มโจรพวกนี้ จะเห็นหรือไม่

สำหรับ ที่มาของขุมทรัพย์ เหล่านี้ ตามลายแทงโบราณได้บอกไว้ว่าเป็น มหาสมบัติอันล้ำค่า ของอดีตพระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยาหลายพระองค์ ที่สมเด็จพระนเรศวรทรงขุดพบ และนำมาฝังไว้ตามคำแนะนำของสมเด็จพระพนรัตน์ป่าแก้ว ผู้เป็นอาจารย์ของพระองค์จุดประสงค์ก็เพื่อเป็น การบูชาพระรัตนตรัย แก้อาถรรพณ์ดวงเมืองที่ตกต่ำ ร่วงโรยมานานให้รุ่งเรืองขึ้นในยุคสมัยของพระองค์

การขุดสมบัติ ของกลุ่มโจรในวันนั้นเล่าว่า มีการนำอาจารย์ทางไสยศาสตร์มาทำพิธีด้วย มีการเสกไข่เสี่ยงทายและพบไข่เป็นสีต่าง ๆ เช่น สีเหลือง แดง เขียว ดำ ซึ่งบอกให้รู้ว่ามีขุมทรัพย์ประเภททองคำ เพชรนิลจินดา และเงินตราโบราณอยู่มากมาย ทำให้พวกโจรดีใจกันมาก แล้วก็ช่วยกันทำการขุด เมื่อขุดลงไปประมาณ 7 ฟุต ก็พบโครงกระดูก 4 โครง นอนหัวชนกันหันเท้าชี้ไป 4 ทิศ

พอขุดลงไปอีก จอบก็ไปกระทบกับพื้นคอนกรีตโบราณ ซึ่งเป็นหลังคา อุโมงค์เก็บสมบัติ จึงพยายามช่วยกันแซะปากอุโมงค์ให้กว้างขึ้น และน่าประหลาดที่ภายในอุโมงค์มีกระแสลมแรงมาก อาจารย์ทางไสยเวทย์ที่ร่วมทีมจึงทดลองเอาด้ามเสียมแหย่ลงไปดูปรากฏว่า เสียมถูกกระแสลมตีเศษเหล็กกระจาย ทำให้แน่ใจว่าภายในหลุมนี้มี หุ่นพยนต์ หรือ จักรพยนต์ ที่คนโบราณผูกไว้สำหรับป้องกันขุมทรัพย์

แต่ไม่มีใครเอาสมบัติที่ฝังอยู่ใต้ดินออกไปได้ ถึงขุดสมบัติออกไปได้ ก็มีเหตุทำให้พวกเขาต้องพบกับสิ่งที่หาคำอธิบายไม่ได้ บางคนก็เป็นคนสติไม่ดี หวาดกลัวผู้คนจะมาทำร้าย บางคนเอาสมบัติชาติไปขาย คนที่รับซื้อก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน กิจการธุรกิจถึงกับเจ๊งกันเลยทีเดียว นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง จากเรื่องเล่า ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ที่นำมาไว้บทความนี้

แสดงความคิดเห็น