ให้มองในแง่บวก

โดย: Montree / 14 มกราคม 2565 - 09:50

เมื่อวันที่ 13 มกราคม เวลา 11.30 น. ที่ผ่านมา ณ ทำเนียบรัฐบาล นาย สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ดูแลงานด้านเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการแก้ไขราคาสินค้าแพงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กำลังแก้ไขปัญหานี้อยู่ ประเด็นสินค้าราคาแพงต้องพิจารณาว่ามาจากปัจจัยใด ทางรัฐบาลเองมีนโยบายและได้หารือกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อ

โดยตัวเลขจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และการพยากรณ์จากหลายสถาบัน เชื่อได้ว่าอัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยจะอยู่ในระดับ 1-3 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่สามารถดูเฉพาะเจาะจงในรายการสินค้าได้ ต้องดูภาพรวมของอัตราเงินเฟ้อแทน เป็นเป้าหมายที่เราจะต้องควบคุมให้ได้ ซึ่งจะแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ เช่น สหรัฐอเมริกาที่อัตราเงินเฟ้อขึ้นไปถึง 7 เปอร์เซ็นต์ แต่เราไม่ได้ประมาทในเรื่องนี้ ส่วนไหนที่ตรึงได้ก็พยายามจะตรึง ส่วนไหนที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับกลไกตลาดก็จำเป็นต้องเพิ่มการผลิตให้มากขึ้น กรณีที่เกิดความขาดแคลนในสินค้าประเภทนั้น ไม่อยากให้ประชาชนไปเฝ้ามองเพียงแค่การขาดสินค้าตัวใดตัวหนึ่ง เพราะอยากให้ดูในภาพรวมดีกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องมีมาตรการทางการคลังลงไปช่วยหรือไม่ เช่น โครงการคนละครึ่ง นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า เรามีกำหนดการเร่งหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อติดตามสถานการณ์ ซึ่งไม่ใช่แค่สถานการณ์แค่ไทยอย่างเดียว แต่ต้องดูสถานการณ์โลกด้วย ว่าจะมีผลกระทบอย่างไร เพราะอัตราเงินเฟ้อและภาวะสินค้าแพง จะบอกว่าเป็นข่าวดีก็ไม่เชิง แต่เรื่องนี้แสดงถึงการที่ประชากรโลกมีการบริโภคมากขึ้น หรือแสดงถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจึงทำให้เกิดความต้องการบริโภคสูงขึ้น

ที่ผ่านมาเกิดการชะลอตัวทางการผลิต เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เกิดการลงทุนลดลงและผู้ประกอบการไม่กล้าที่จะขยายกำลังการผลิต บางส่วนของสินค้ายังมีการชะงักอยู่จากการแพร่ระบาดของเชื้อโอมิครอน เรายังมองว่าเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว และเชื่อได้ว่าจะเกิดการผลิตมากขึ้น หากสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ดี

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข้อเสนอให้ออกมาตรการคนละครึ่งเฟส 4 ให้เร็วขึ้น นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า เป็นไปได้หมด ซึ่งต้องประเมินอีกครั้งหนึ่ง เพราะอาจจะมีมาตรการอื่นก็ได้ เมื่อถามว่า มีการเสนอให้รัฐนำเงินลงไปอุดหนุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า สศช.กำลังติดตามในเรื่องนี้และคาดว่าจะมีรายละเอียดออกมา ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลจากทุกกระทรวง เพื่อสร้างเศรษฐกิจพื้นฐานไปสู่ท้องถิ่นให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า หากอัตราเงินเฟ้อขึ้นไปเฉียด 3 เปอร์เซ็นต์ จะเรียกประชุมหน่วยงานเศรษฐกิจฉุกเฉินหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า รอให้เกิดก่อนแล้วกัน เพราะตอนนี้ยังไม่เกิด เราติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว รัฐบาลมีความห่วงใยในเรื่องนี้ และนายกฯให้ความสำคัญเรื่องนี้เช่นกัน ประชุมร่วมกับกระทรวงการคลังตลอด ไม่ได้ละเลย หรือไม่ได้ไม่ห่วงใย นายกฯเห็นว่ารัฐบาลก็ได้ทำในหลาย ๆ เรื่องอยู่แล้ว ทั้งการตรึงราคาสินค้าบางส่วน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง เชื่อว่าสถานการณ์นี้เป็นเรื่องชั่วคราว การตรึงราคาไว้บางส่วนก็อาจจะเป็นประโยชน์ได้ และไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกมากเกินไป จนทำให้ผู้ประกอบการตัดสินใจขึ้นราคาสินค้าของตนเอง

แสดงความคิดเห็น